ญาณที่ ๑๐ ปฏิสังขาญาณ


ปัญญากำหนดพิจารณาทบทวนรูปนามโดยความเป็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตาอีก คือเมื่อปรารถนาจะพ้นไปจากรูปนามเข้าสู่พระนิพพานแล้ว ก็ย่อมจะหาหนทาง หนทางที่จะหลุดพ้นเข้าสู่พระนิพพานได้ก็มีแต่พระไตรลักษณ์เท่านั้นเหตุนั้น ญาณนี้จึงกลับไปทบทวนพิจารณาพระไตรลักษณ์ อีกครั้งหนึ่ง

ถ้าญาณนี้เกิด ตายก็ยอมตาย ยืนขาเดียวตลอดชั่วโมงนั่ง ตากแดด เดินไปตามทุ่งนา ควายวิ่งมาหา ไม่สะทกสะท้าน ยืนเฉย เข้าไปสู่ละแวกบ้าน หมาวิ่งมา ยืนเฉย สำหรับหลวงพ่อ เมื่อจิตอยู่ในญาณนี้ เวลาดื่มน้ำปานะเสร็จแล้ว ขว้างปาแก้วไปตกลงกระทบพื้นก็ไม่แตก พิธีพุทธาภิเษก พระที่นั่งปรกต้องปรับปรุงจิตให้อยู่ในญาณนี้เสียก่อน เมื่อผู้ปฏิบัติถึงญาณนี้แล้วถึงเราจะดุด่าตวาดใช้คำหนักๆ ก็ทนได้ เวลาทำงานสามารถลากไม้ใหญ่ๆ ขนดินขนหินก้อนใหญ่ๆ ได้ ถ้าใจของเราอยู่ในญาณนี้ สามารถทำเรื่องที่ไม่น่าเป็นไปได้ แม้การเดินการนั่ง ถามเขา ถ้าเขาตอบถูก ให้ได้แต่ถ้าเขาตอบไม่ถูก ต้องถามอาการต่างๆ ดังนี้เป็นต้น เช่น “เวลานั่งอยู่เหมือนถูกเสี้ยนทิ่มแทงมีไหม เหมือนเอาตะปูมาตอก เหมือนเอาเลื่อยมาตัดตัวเรามีไหม” มันจะเสียวแปลบๆ ขึ้นมา ถ้ามีก็ให้ได้ ถ้าเขาตอบได้อย่างเดียวก็ให้ได้ ถามต่อไปว่า “ถ้าอาการเหล่านี้เกิดขึ้นแล้ว กำหนดกี่คำจึงหาย” ถ้าเขาตอบว่ากำหนด ๒-๓ คำหาย ก็ให้ได้ ถามว่า “มีอาการซึมๆ ไหม เดินเชื่องๆ ไม่อยากพูดจาปราศรัย หรือเวลาแข็ง แข็งแต่ขากับมือหรือแข็งหมดทั้งตัว” ลักษณะเช่นนี้แสดงว่าชัด บางท่านมีอาการตึงๆ หนักๆ อยากจะเงยก็เงยไม่ได้ อยากจะลุกก็ลุกไม่ได้ บางครั้งเหมือนเอาก้อนหินก้อนโตๆ มาทับร่างกายไว้ ร้อนไปตามร่างกายก็มี บางครั้งมีทั้งร้อนทั้งเย็น บางรูปร้อนมาก ญาณนี้ถ้าเป็นหนักๆ เป็นเหมือนมีตัวลอยมาๆ จากอากาศพรึบเข้าเย็นหน้าอก แล้วก็มีตัวลอยมาๆ จากอากาศพรึบเข้าหน้าอกอีกเหมือนกันทำลายความเย็นนั้น ตัวที่ลอยมาจากอากาศจะเข้าสู่ส่วนใดของร่างกายก็ได้ บางครั้งหนาวๆ ร้อนๆ หรือเย็นเหมือนใจจะขาดร้อนเหมือนจะตาย มีอาการเจ็บไข้ อาเจียน แน่นๆ อึดอัดคล้ายใจจะขาด บางครั้งเหมือนปอดของเราโตขึ้นมาก็มี (เมื่อมาถึงญาณนี้ จิตใจของเราจะย้อนไปพิจารณาพระไตรลักษณ์อีกครั้งหนึ่ง) ถ้าเขาตอบถูกก็ให้ได้ ถ้าตอบไม่ถูก ให้ถามเอาญาณนี้จะเป็นไม่นาน ถ้าเรากำหนดติดต่อ ไม่นานก็หาย


ปฏิสังขาญาณ จบ