ทางไปดิรัจฉาน


ทางไปเป็นสัตว์ดิรัจฉานนั้น มีโมหะเป็นทางไป ผู้ที่เดินทางไปเป็นสัตว์ดิรัจฉาน เรียกว่า มนุสฺสติรจฺฉาโน ตัวเป็นมนุษย์ แต่ใจเป็นสัตว์ดิรัจฉาน คือมีโมหะ ความหลงไม่รู้ มืดมน อันธการอยู่เสมอ

ความเป็นสัตว์ดิรัจฉานนั้นคือ ความเป็นสัตว์ที่ไปขวางคือ ไม่รู้จักบำเพ็ญบุญกุศล เป็นต้น ตลอดถึงขวางแนวทางปฏิบัติเพื่อความสำเร็จและขวางมรรคผล เมื่อโมหะอกุศลกรรมนำไปเกิดในอบายภูมิ คือดิรัจฉานภูมินี้แล้วก็หมดโอกาสไปตลอดชาติ ไม่สามารถที่จะบรรลุมรรคผลนิพพานได้ แม้พระพุทธเจ้าอุบัติขึ้น พระธรรมอุบัติขึ้น พระสงฆ์อุบัติขึ้น ก็หารู้ไม่กินแล้วนอน และสืบพันธุ์เท่านั้น นอกจากนั้น ยังได้รับภัยต่างๆ มิได้ขาดสายเช่น ถูกมนุษย์เบียดเบียน ถูกนำไปฆ่า นำไปใช้งาน นำไปกักขังไว้ดูเล่น นอกจากนั้น ยังถูกสัตว์ใหญ่เบียดเบียนนำเอาไปเป็นอาหารบ้าง ถูกความเจ็บป่วยไข้เบียดเบียนบ้าง ให้ได้รับทุกขเวทนาต่างๆ สัตว์เมื่อโมหะครอบงำเสียแล้ว ย่อมไม่รู้หนทางพ้นทุกข์ ไม่รู้จักหนทางที่จะออกจากทุกข์ จึงต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ในวัฏฏสงสารยาวนาน อันหาเบื้องต้นและที่สุดไม่ได้อย่างนี้เรื่อยไป

บุคคลที่ทำอกุศลกรรมด้วยอำนาจแห่งโมหะดังกล่าวมาแล้ว เวลาใกล้จะตายจะปรากฏกรรม การกระทำบาปต่างๆ เป็นอารมณ์ หรือเป็นกรรมนิมิต คตินิมิต เมื่อตายแล้วก็ไปเกิดเป็นสัตว์ดิรัจฉาน ๕๐๐ ชาติ ๑,๐๐๐ ชาติ เป็นต้น จนกว่าจะสิ้นวิบากแห่งบาปกรรม บางทีได้สร้างอกุศลกรรมในภูมิที่เป็นสัตว์ดิรัจฉานไว้อีก ก็จะไปเกิดเป็นสัตว์ดิรัจฉานที่ต่ำต้อยลงไปทุกทีๆ จากช้างเป็นม้า เป็นลา กระบือ วัว หมู แมว สุนัข ลิง ค่าง บ่าง ชะนี งู นก หนู ปู ปลา ตะขาบ กิ้งกือ กุ้ง หอย ไส้เดือน ตลอดถึงสัตว์เล็กๆที่เป็นจุลินทรีย์ ซึ่งมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ยากที่จะมาเกิดเป็นมนุษย์ได้อีก หากพ้นจากสัตว์ดิรัจฉานมาเกิดเป็นมนุษย์ก็กลายเป็นคนโง่ เซ่อ ขาดสติ หลงๆ ลืมๆ ไม่เต็ม นับสิบไม่ถ้วน ไม่อาจสามารถดำรงสติปัญญา ทำความเจริญให้เกิดขึ้นแก่ตนและครอบครัวโดยลำพังตนเองได้.