อุฏฺฐานวโต สตีมโตสุจิกมฺมสฺส นิสมฺมการิโน
สญฺญตสฺส จ ธมฺมชีวิโนอปฺปมตฺตสฺส ยโสภิวฑฺฒติ.
เกียรติยศย่อมเจริญแก่ผู้ขยัน มีสติ มีการงานสะอาด ใคร่ครวญแล้วจึงทำ สำรวมแล้ว เป็นอยู่โดยธรรม และไม่ประมาท.
(พุทฺธ) ขุ.ธ. ๒๕/๑๘.
คนขยันไม่เกียจคร้านในการอ่านหนังสือ ย่อมเป็นคนรู้หนังสือมากขยันในการทำบุญกุศล ย่อมได้รับบุญกุศลมาก เช่นเดียวกับขยันในการประกอบอาชีพ เช่น การทำงานแข่งกับเวลาโดยไม่เห็นแก่ความลำบาก หรือเหน็ดเหนื่อยทั้งกาย และทางใจ ลักษณะที่กล่าวมาจัดได้ว่าเป็นคนขยัน
ส่วนคนมีสตินั้นคือมีความระลึกได้ ไม่ประมาทเผลอตัว ไม่ว่าจะเป็นการเดิน การนั่ง การนอนเป็นต้นก็ตาม จะควบคุมตัวเองไว้ได้ สติเป็นธรรมที่มีความสำคัญมาก หากมีสติดี พฤติกรรมต่าง ๆ ก็จะแสดงออกมาดี หากใครมีสติไม่ดีฟั่นเฟือน ก็มักจะแสดงพฤติกรรมที่ผิดแปลกไปจากคนทั่วไป ที่พูดกันว่าคนบ้า หรือวิกลจริตนั่นเอง
คนมีการงานสะอาด คำว่า การงาน ก็คือการกระทำทางกาย ทางวาจาและทางใจที่สะอาดบริสุทธิ์ หรือเรียกว่าสุจริตนั่นเอง ทางกายมี ๓ ทางวาจามี ๔ และทางใจมี ๓ รวมกันเรียกว่า กุศลกรรมบถ ๑๐ ประการนั่นเอง คนที่ใคร่ครวญแล้วจึงทำนั้น หมายถึง ก่อนจะทำ ก่อนจะพูด หรือคิดอะไรนั้นเขาคนนั้นก็จะใช้สติปัญญาพินิจพิจารณาให้ทราบแน่ชัดก่อนว่า สิ่งนั้นเป็นเรื่องดีมีประโยชน์ หรือว่าสิ่งนั้นเป็นเรื่องไม่ดี มีโทษ หากเป็นสิ่งที่ดีก็จะกระทำ หากเป็นสิ่งชั่วก็จะละเว้น
คนผู้สำรวมนั้นท่านหมายเอาสำรวมกาย วาจา และใจสงบเรียบร้อยไม่หวั่นไหวฟุ้งซ่านไปตามสิ่งยั่วยุต่าง ๆ ที่เป็นทั้งเรื่องน่าพอใจและไม่น่าพอใจ คนผู้เป็นอยู่โดยธรรมเอาคนดีมีสุจริตทางกาย วาจาและใจ คนไม่ประมาทมีสติสัมปชัญญะอยู่อย่างสม่ำเสมอทุกเวลานาทีจัดว่าเป็นคนที่เตรียมพร้อมอยู่เสมอ
เกียรติยศ หรือชื่อเสียงอันดีงามของคนขยัน คนมีสติ มีการงานสะอาดใคร่ครวญก่อนแล้วจึงทำ คนสำรวมดี เป็นอยู่โดยธรรม ไม่ประมาทขาดสติตามที่กล่าวมา ย่อมเจริญงอกงามอยู่เสมอ ไม่ว่าเขาคนนั้นจะอยู่ในสถานที่ใดสภาวการณ์อย่างไรก็ตาม คนทั้งหลายก็จะพากันยกย่องสรรเสริญ ให้ความเคารพสักการะในคุณความดีของเขาตลอดไปแล.
จาก : พุทธศาสนสุภาษิต เล่ม ๓ ฉบับมาตรฐาน (โรงพิมพ์เลี่ยงเชียง)