การทำวัตรสวดมนต์ ถือว่าเป็นประเพณี เป็นกิจวัตรข้อปฏิบัติอันเป็นมงคลของบุคคลผู้นับถือพระพุทธศาสนามาตั้งแต่กาลนานแล้ว มีปรากฏในพระไตรปิฎกตอนหนึ่งว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อคราวที่พระองค์เสด็จไปเพื่อทรงระงับภัย ๓ ประการ ที่เมือง ไพสาลี มีทุพภิกขภัย ภัยคือความที่ข้าวยากหมากแพง ภัยจากอมนุษย์ปีศาจร้ายต่างๆ และภัยจากอหิวาตกโรค ทำให้ประชาชนในเมืองนั้นเจ็บป่วยล้มตายเป็นจำนวนมาก พระองค์ก็ทรงประทานบาตรศิลาของพระองค์ที่ท้าวมหาพรหมเป็นผู้ถวาย ประทานให้พระอานนท์เถระบรรจุน้ำพระพุทธมนต์ และทรงให้พระอานนท์เถระเรียนเอารตนสูตร สวดรตนสูตรพร้อมประพรมน้ำพระพุทธมนต์ไปรอบพระนคร พวกอมนุษย์ที่อยู่ในเมืองนั้น พอพระอานนท์พร้อมคณะสงฆ์เพียงเริ่มสวดว่า “ยัง กิญจิ” ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ไปเท่านั้น พวกอมนุษย์ที่อยู่ในที่นั้นๆ ก็วิ่งหลบหนีกันโกลาหล อมนุษย์ตนที่หนีไปไม่ทันก็พังกำแพงฝาเรือนหนีออกไป คนที่ป่วยอยู่เมื่อได้ยินเสียงสวดรตนสูตร ถูกน้ำพระพุทธมนต์ที่พระอานนท์ประพรมไปเท่านั้น อาการป่วยไข้ก็พลันหายไป ลุกขึ้นมาเดินตามขบวนของท่านไปรอบพระนคร ทำให้เมืองไพสาลีสงบระงับจากภัย ๓ ประการ ด้วยการสวดมนต์ และการทำวัตรสวดมนต์ ถือว่าเป็นกิจวัตรอันเป็นมงคลอย่างยิ่งของผู้นับถือพระพุทธศาสนาเพราะเป็นเหตุ
- ให้ได้ระลึกถึงคุณของพระพุทธเจ้า เนืองๆ
- ให้ได้ระลึกถึงคุณของพระธรรมเจ้า เนืองๆ
- ให้ได้ระลึกถึงคุณของพระสังฆเจ้า เนืองๆ
- ให้ได้พิจารณาธรรม วิจัยธรรม ไตร่ตรองธรรม เนืองๆ
- ให้จิตใจสงบระงับจากความวิตกกังวล ความฟุ้งซ่าน จากนิวรณ์ธรรมต่างๆ ทำจิตใจให้สงบเย็นสบาย
- เป็นบ่อเกิดแห่งศรัทธาในพระรัตนตรัย เนืองๆ
- เป็นบ่อเกิดแห่งการเรียนรู้คำสอนของพระพุทธเจ้า เนืองๆ
- เป็นการเจริญสมาธิหมู่ ทำให้ได้สมาธิ มีขณิกสมาธิ อุปจารสมาธิ ปฐมฌาน เป็นต้น
- เป็นการเจริญวิปัสสนากัมมัฏฐาน ทำให้บรรลุมรรค ผล พระนิพพานได้
ฉะนั้น จึงควรทำการอนุรักษ์การทำวัตรสวดมนต์ เพราะถือว่าเป็นขุมแห่งบุญ เป็นขุมแห่งปัญญาอันจะเป็นปฏิปทารักษาพระพุทธพจน์คำสอนของพระพุทธเจ้าให้เจริญอยู่กับจิตใจของพุทธบริษัททั้งหลายตลอดเวลา และเป็นปฏิปทาอันจะเป็นเหตุให้ได้โลกิยบุญ ทำให้เกิดเป็นมนุษย์ เทวดา และพรหม เป็นปฏิปทาแห่งโลกุตตรบุญ อันจะเป็นเหตุทำให้แจ้งซึ่งความพ้นทุกข์ ถึงสันติสุขกล่าวคือการบรรลุ มรรค ผล พระนิพพานได้

พระครูสิริภาวนาภิรม