หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ข้าพเจ้าได้จัดรวบรวมเรียบเรียงขึ้นมาตามความ ดำริของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ที่ท่านอยากให้มีคู่มือวิธีการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานเบื้องต้นประจำวัดพิช โสภาราม เพื่อที่จะเอาเป็นต้นฉบับเป็นเนติแบบอย่างไว้ให้อนุชนพุทธบริษัทรุ่นหลังได้ ปฏิบัติถูกต้องตรงต่อมัชฌิมาปฏิปทาอันเป็นทางสายกลางประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ ตรงต่อศีล สมาธิ และวิปัสสนาญาณ ตรงต่อหนทางปฏิปทาอันจะเป็นเหตุให้ได้บรรลุมรรคผลนิพพานได้อย่างแท้จริง
เพื่อความไม่เลอะเลือน เพื่อความไม่เลือนหายแห่งพระสัทธรรม และเพื่อความแน่นอนมั่นคงแห่งหลักการปฏิบัติอันจะขนสัตว์ออกจากกองทุกข์ได้ อย่างสิ้นเชิง ข้าพเจ้าได้รวบรวมเรียบเรียงหนังสือเล่มนี้ฝากไว้ในบวรพระพุทธศาสนา เพื่อที่จะเป็นประทีปส่องมรรคาให้ปวงประชาเอาไว้ใช้เดินออกจากสังสารวัฏฏ์ อันเป็นวงเวียนแห่งความมืดคืออวิชชา
ฉะนั้น หนังสือเล่มนี้จึงเป็นหนังสือที่เปรียบเหมือนแก่นของพระสัทธรรม เพราะนำสัตว์ทั้งหลายให้ได้รับประโยชน์ทั้งในภพนี้และภพหน้า ทั้งมนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ ตลอดถึงนิพพานสมบัติ ได้สมประสงค์อย่างแน่นอน จึงถือว่าเป็นของสูง โปรดเก็บและวางไว้ในที่อันควร และขอท่านผู้มีจิตศรัทธาทั้งหลายใคร่ครวญตริตรองถือเอาประโยชน์จากหนังสือ เล่มนี้ด้วยตัวของท่านเองเถิด ความสุข ความสมหวัง และความบริบูรณ์ในอารมณ์แห่งธรรมทั้งปวงจะบังเกิดมีแก่ท่านทั้งหลาย.
(พระมหาชอบ พุทฺธสโร)[1]
๙ พฤษภาคม ๒๕๔๗
อนุโมทนา
หนังสือเล่มนี้ หลวงพ่อได้อนุญาตให้พระมหาชอบ พุทฺธสโร ได้จัดรวบรวมเรียบเรียงขึ้น เป็นหนังสือเกี่ยวกับหลักวิชาการวิธีปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานที่เป็นหลัก ปฏิบัติที่ถูกต้อง สมบูรณ์ ชัดเจน แจ่มแจ้ง ตามหลักของสติปัฏฐาน ๔ ที่ทางสำนักวัดพิชโสภารามได้เปิดดำเนินการสอนในภาคฤดูเข้าพรรษา คือ ให้ปฏิบัติตลอด ๒ เดือนครึ่ง (๗๕ วัน) และฤดูหนาว ทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัด โดยมีพระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา เข้าร่วมอบรม ปัจจุบันเฉลี่ยปีละประมาณ ๓,๐๐๐ คน เป็นอย่างน้อย เริ่มดำเนินการสอน พ.ศ.๒๕๑๔ จนถึงปัจจุบัน (พ.ศ.๒๕๔๗) เป็นเวลาร่วม ๓๒ ปีและผลของการประพฤติปฏิบัติธรรมทั้งภาคสมถะและวิปัสสนาก็ยังปรากฏมาตราบ เท่าทุกวันนี้
เนื่องในโอกาสที่ทางคณะสงฆ์และข้าราชการมีนโยบายจัดใหมีโครงการอบรมวิปัสสนา กรรมฐานให้แก่ข้าราชการชาวไทยได้มีโอกาสได้เข้ามาปฏิบัติธรรมศึกษาพุทธศาสนา อันเป็นศาสนาประจำชาติ จึงถือเอามงคลเหตุนี้ อันจะเป็นไปพร้อมเพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่สังคมได้หลายอย่าง คือ
- เพื่อสนองนโยบายของแผ่นดิน และนโยบายของการคณะสงฆ์ เพราะการปฏิบัติกรรมฐานนั้นเป็นไปเพื่อความสงบร่มเย็นเจริญรุ่งเรืองแก่ ประเทศชาติ และแก่พระศาสนา
- เพื่อเป็นการช่วยประเทศชาติในคราวเดือดร้อน ด้วยการช่วยบำบัดจิตใจของประชาชน ตามหลักของการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน
- เพื่อเป็นหลักวิชาการแสดงหลักในส่วนแห่งปฏิบัติศาสนาให้ถูกต้องชัดเจนแจ่ม แจ้ง อันจะเป็นเหตุยังผลของการปฏิบัติให้เกิดมีขึ้นได้อย่างแน่นอน
- เพื่อเปิดโอกาสให้แก่ผู้มุ่งใฝ่ศึกษาในพุทธศาสนา ได้มีโอกาสศึกษาวิปัสสนากรรมฐานด้วยตนเอง เพราะการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน ซึ่งเปรียบเสมือนว่าเป็นดวงตาของพระศาสนา และเป็นการศึกษาอุดมวิชาอันสูงสุด ที่เรียกว่า “หัวใจพระพุทธศาสนา”
- เพื่อเป็นผู้มีส่วนแห่งการยังพระศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในส่วนแห่งประ ยัติศาสนา ปฏิบัติศาสนา และปฏิเวธศาสนา ให้บริสุทธิ์ งดงาม รุ่งเรือง และเป็นไปเพื่อความตั้งมั่นแห่งพระสัทธรรมอย่างแท้จริง
ฉะนั้น หลวงพ่อจึงขออนุโมทนาสาธุการในส่วนแห่งมหากุศลอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ด้วย และอนุญาตให้จัดพิมพ์เป็นคู่มือปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานประจำวัดพิชโสภาราม
ด้วยหวังว่าจะเป็นแสงสว่างส่องมรรคา เป็นปฏิปทาให้พุทธบริษัทผู้มีจิตศรัทธาปฏิบัติได้ถูกต้อง ซึ่งจะเป็นบ่อเกิดแห่งความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา อันจะเป็นต้นเหตุนำมาซึ่งความเป็นสัมมาทิฏฐิโดยถาวร ด้วยการบรรลุมรรค ผล นิพพาน
จิรํ ติฏฺฐตุ โลกสฺมึ สมฺมาสมฺพุทฺธสาสนํ. ขอพระศาสนาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จงสถิตมั่นอยู่ในโลก ตลอดกาลนาน เทอญ.
(พระครูวิศาลเขมคุณ)[2]
เจ้าสำนักปฏิบัติธรรม วัดพิชโสภาราม
๒๐ พฤษภาคม ๒๕๔๗

[1] ปัจจุบันเป็น พระครูสิริภาวนาภิรม
[2] ปัจจุบันเป็น พระราชปริยัตยากร