สรภัญญะ บุญข้าวประดับดิน

สรภัญญะ บุญข้าวประดับดิน

     บัดนี้ …จักได้กล่าวประวัติเรื่องราวของบุญข้าวประดับดิน
กล่าวขานจนเป็นอาจินต์เรื่องของข้าวประดับดินบุญนี้มีตำนาน
อดีตเค้า ครั้งพุทธกาลมีพระเจ้าพิมพิสารเป็นราชาทรงปกครอง
พระองค์มีเมตตาหมายปองอุปถัมภ์ค้ำรองพุทธเจ้าเรานั้น
     ได้ถวายวัดพระเวฬุวันแก่องค์พระจอมธรรม์ศาสดาที่เหมาะสม
เพื่อให้ได้เป็นที่พักชมควรแก่การอบรมสมณะธรรมดี
วันหนึ่งนั้นพระองค์ทรงมีความต้องการพอดีจะนิมนต์พระสงฆ์
ประธานมีพระพุทธองค์รับอาหารที่ท่านทรงถวายแล้วสังฆทาน
     แต่แล้วพระเจ้าพิมพิสารลืมหยาดน้ำหมายทานส่วนกุศลที่ทำไป
บ่อุทิศผลบุญไปให้แก่พวกญาติมิตรที่ตายไปรอรับขอส่วนบุญ
ตกกลางคืนพระองค์ทรงอาดูรได้ยินเสียงบ่สมบูรณ์ฟังแล้วกลัวสั่นสาย
เสียงโห่ร้องกันอยู่ไจ้ ๆร้องครวญครางดังมากมายรบกวนท่านอยู่ทั้งคืน
     ท่านฟังแล้วคิดดูบ่กล้ำกลืนนั่งคิดดูทั้งคืนบ่ฮู้ว่าเสียงอีหยัง
คิดไปแล้วก็เต็มตาตั้งคิดถึงองค์พุทธังศาสดาสัมมา
เมธาวีผู้มีพระปัญญาผู้ฉลาดเก่งกล้าต้องรู้จักในเรื่องนี้
ต้องไปหาพระองค์ให้ทรงชี้ให้ท่านจาพาทีเสียงนี้ไขสู่ฟัง
     พอมาถึงพระองค์ทรงนั่งที่อารามทรงตั้งชื่อว่าพระเวฬุวัน
เข้าไปเฝ้าพระมิ่งจอมธรรม์ทูลถามเรื่องที่เกิดนั้นว่าสิเป็นจั่งได๋
พระพุทธองค์เฉลยบอกให้รู้ความจริงที่แก้ไขกระจ่างแจ้งตามประสงค์
ชาติแต่หลังญาติของพระองค์เคยกระทำกรรมต่อสงฆ์บาปธรรมนำพา
     ในสมัยขององค์พระสัมมามีพระนามชื่อว่ากัสสปะทศพล
มาร้องขอแบ่งปันส่วนกุศลเพราะทุกข์ยากเหลือล้นหิวจนมาร้องขอ
คราวครั้งนั้นหมู่ญาติบ่พอเกิดความโลภตั้งต่อยักยอกเอาเงินวัด
ลักขโมยของสงฆ์ไปยัดกินอาหารมีภัตรก่อนถวายพระสงฆ์
     เมื่อตายไปก็ถูกส่งลงสู่นรกตัวยงต้องตกต่ำเป็นเปรตผี
เสวยผลกรรมที่ได้ทำนี้ได้โห่ร้องเวทนามีต้องทนทุกข์ทรมาน
องค์ราชาพระเจ้าพิมพิสารเมื่อทำบุญถวายทานบ่อุทิศไปหา
พวกเปรตนั้นก็พากันมาร้องขอบุญพระราชาโปรดส่งให้เถิดเอย
     เสียงคำร้องครวญครางมากเลยหวาดผวาจังเลยถึงนิเวศน์ที่ประทับ
เสียงโห่ร้อง กันขึ้นดังคับทั่วสถานนอนไม่หลับตลอดคืนเพราะเกรงกลัว
ถึงรุ่งเช้าก็มาพันพัวจัดข้าวของเตรียมตัวเพื่อทำบุญทอดถวาย
สังฆทานน้อมนำมามากมายทำบุญให้ผู้ตายบัดนี้เป็นครั้งสอง
     เมื่อทำแล้วก็ได้หมายปองหยาดน้ำให้ตามครรลองส่วนบุญส่วนกุศล
ส่งไปหาญาติมิตรทั่วทุกตนที่กำลังทุกข์ทนเสวยผลของบาปกรรม
ญาติเหล่านี้ ได้รับผลนำส่วนกุศลที่ท่านทำหยาดน้ำส่งบุญไปหา
นี้หล่ะหนอ ผลทานที่สร้างมาหากว่าท่านผู้ใดจะทำบุญให้ทาน
     อย่าลืมเด้อ ผลบุญทุกประการให้หยาดน้ำหมายทานถึงญาติพ้องบ้างแหน่
เฮาบ่ฮู้ว่าญาติมิตรแท้ๆญาติอยู่ใสกันแหน่ เมื่อวางวาย ตายจากไป
อาจร้องขอผลบุญก็ได้ฟังแล้วให้มีใจสงสารบ้างญาติมิตรเค้า
ประเพณีอิสานบ้านเฮาแรมสิบสี่ค่ำเดือนเก้าเอาห่อข้าวน้อยไปยาย
     มีอาหารหวานคาวมากมายหมากพลู ก็เอาไป อย่าสูบก็หากมี
แต่ปราชญ์นั้นท่านได้บอกชี้ว่าการทำประเพณีบุญข้าวประดับดิน
ให้แบ่งเป็นสี่ส่วนทั้งสิ้นเพื่อมีอยู่มีกินทั้งผู้อยู่และผู้ตาย
ส่วนหนึ่งนั้นให้เตรียมตั้งไว้ทางครอบครัวนี้ให้มีพออยู่พอกิน
     ส่วนสองนั้นเตรียมให้ชาวธานินทร์แบ่งปันให้กันกินหมู่คณะญาติพี่น้อง
ส่วนสามนั้นเตรียมให้ชาวพวกพ้องฝูงเปรตญาติพี่น้องที่ลับล่วงทวงส่วนบุญ
ส่วนสี่นั้นเตรียมสร้างทางทุนให้ตนมีต้นบุญน้อมถวายสังฆทาน
สรภัญญ์ขอไว้ฝากทุกท่านให้เตรียมตัวก็แล้วกันอย่าละเว้นประเพณี
     เตรียมห่อข้าวน้อยไว้ให้เปรตผีตามฮีตครองที่เคยมีมาแล้วแต่เนิ่นนาน
ประเพณีของชาวอีสานทำสืบทอดกันมานานเป็นบุญข้าวประดับดิน
อย่าลืมเด้อ ชาวเฮาทั้งสิ้นถึงบุญข้าวประดับดินให้พากันทำทาน
อย่าลืมเด้อ ชาวเฮาทั้งสิ้นถึงบุญข้าวประดับดิน… ให้พากันทำทาน.

๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๙
ก.แก้วมณีวงศ์