Skip to content
บทปลงสังขาร (๑)
| มนุษย์เราเอ๋ย | เกิดมาทำไม | นิพพานมีสุข | อยู่ใยมิไป |
| ตัณหาหน่วงหนัก | หน่วงชักหน่วงไว้ | ฉันไปมิได้ | ตัณหาผูกพัน |
| ห่วงนั้นพันผูก | ห่วงลูกห่วงหลาน | ห่วงทรัพย์สินศฤงคาร | จงสละเสียเถิด |
| จะได้ไปนิพพาน | ข้ามพ้นภพสาม | ยามหนุ่มสาวน้อย | หน้าตาแช่มช้อย |
| งามแล้วทุกประการ | แก่เฒ่าหนังยาน | แต่ล้วนเครื่องเหม็น | เอ็นใหญ่เก้าร้อย |
| เอ็นน้อยเก้าพัน | มันมาทำเข็ญใจ | ให้ร้อนให้เย็น | เมื่อยขบทั้งตัว |
| ขนคิ้วก็ขาว | นัยน์ตาก็มัว | เส้นผมบนหัว | ดำแล้วกลับหงอก |
| หน้าตาเว้าวอก | ดูน่าบัดสี | จะลุกก็โอย | จะนั่งก็โอย |
| เหมือนดอกไม้โรย | ไม่มีเกสร | จะเข้าที่นอน | พึงสอนภาวนา |
| พระอนิจจัง | พระอนัตตา | เราท่านเกิดมา | รังแต่จะตาย |
| ผู้ดีเข็ญใจ | ก็ตายเหมือนกัน | เงินทองทั้งนั้น | มิติดตัวไป |
| ตายไปเป็นผี | ลูกเมียผัวรัก | เขาชักหน้าหนี | เขาเหม็นซากผี |
| เปื่อยเน่าพุพอง | หมู่ญาติพี่น้อง | เขาหามเอาไป | เขาวางลงไว้ |
| เขานั่งร้องไห้ | แล้วกลับคืนมา | อยู่แต่ผู้เดียว | ป่าไม้ชายเขียว |
| เหลียวไม่เห็นใคร | เห็นแต่ฝูงแร้ง | เห็นแต่ฝูงกา | เห็นแต่ฝูงหมา |
| ยื้อแย่งกันกิน | ดูน่าสมเพช | กระดูกกูเอ๋ย | เรี่ยรายแผ่นดิน |
| แร้งกาหมากิน | เอาเป็นอาหาร | เที่ยงคืนสงัด | ตื่นขึ้นมินาน |
| ไม่เห็นลูกหลาน | พี่น้องเผ่าพันธุ์ | เห็นแต่นกเค้า | จับเจ่าเรียงกัน |
| เห็นแต่นกแสก | ร้องแรกแหกขวัญ | เห็นแต่ฝูงผี | ร้องไห้หากัน |
| มนุษย์เราเอ๋ย | อย่าหลงนักเลย | ไม่มีแก่นสาร | อุตส่าห์ทำบุญ |
| ค้ำจุนเอาไว้ | จะได้ไปสวรรค์ | จะได้ทันพระพุทธเจ้า | จะได้เข้าพระนิพพาน |
| อะหัง วันทามิ | สัพพะโส | อะหัง วันทามิ | นิพพานะปัจจะโย โหตุ ฯ |
| | | |
บทปลงสังขาร (๒)
| เกศาผมหงอก | บอกว่าตัวเฒ่า | ฟันฟางผมเผ้า | แก่แล้วทุกประการ |
| ตามืดหูหนัก | ร้ายนักสาธารณ์ | บ่มิเป็นแก่นสาร | ใช่ตัวตนของเรา |
| แผ่พื้นเปื่อยเน่า | เครื่องประดับกายเรา | โสโครกทั้งตัว | แข้งขามือสั่น |
| เส้นสายพันพัว | เห็นหน้าเกลียดกลัว | อยู่ในตัวของเรา | ให้มึนให้เมื่อย |
| ให้เจ็บให้เหนื่อย | ไปทั่วเส้นขน | แก่แล้วโรคา | เข้ามาหาตน |
| ได้ความทุกข์ทน | โศกาอาวรณ์ | จะนั่งก็โอย | จะลุกก็โอย |
| เหมือนดอกไม้โรย | ไม่มีเกสร | แก่แล้วโรคา | เข้ามาวิงวอน |
| ได้ความทุกข์ร้อน | ทั่วกายอินทรีย์ | ครั้นสิ้นลมปาก | กลับกลายหายจาก |
| เรียกกันว่าผี | ลูกรักผัวรัก | เขาชักหน้าหนี | เขาว่าซากผี |
| เปื่อยเน่าพุพอง | เขาเสียไม่ได้ | เขาไปเยี่ยมมอง | เขาบ่ได้ต้อง |
| เกลียดกลัวนักหนา | เขาผูกคอรัด | มือเท้าเขามัด | รัดรึงตรึงตรา |
| เขาหามเอาไป | ทิ้งไว้ป่าช้า | เขากลับคืนมา | สู่เหย้าเรือนพลัน |
| ตนอยู่เอกา | อยู่กับหมูหมา | ยื้อคร่าพัลวัน | ทรัพย์สินของตน |
| ขนมาปันกัน | ข้าวของทั้งนั้น | ไม่ใช่ของเรา | เมื่อตนยังอยู่ |
| เรียกว่าของกู | เดี๋ยวนี้เป็นของเขา | แต่เงินใส่ปาก | เขายังควักล้วงเอา |
| ไปแต่ตัวเปล่า | เน่าทั่วสรรพางค์กาย | อยู่ในป่ารก | ได้ยินเสียงนก |
| กึกก้องดงยาง | ได้ยินหมาใน | ร้องไห้ครวญคราง | ใจจิตอ้างว้าง |
| วิเวกวังเวง | มีหมู่นกแขวก | บินมาร้องแรก | แถกขวัญของตน |
| เหลียวไม่เห็นใคร | อกใจวังเวง | ให้อยู่ครื้นเครง | รำพึงถึงตัว |
| ตายไปเป็นผี | เขาไม่ไยดี | ทิ้งไว้น่ากลัว | ยิ่งคิดยิ่งพลัน |
| กายสั่นระรัว | รำพึงถึงตัว | อยู่ในป่าช้า | ผัวมิ่งสินทรัพย์ |
| ยิ่งแลยิ่งลับ | ไม่เห็นตามมา | เห็นแต่ศีลทาน | เมตตาภาวนา |
| ตามเลี้ยงรักษา | อุ่นเนื้ออุ่นใจ | ศีลทานมาช่วย | ได้เป็นเพื่อนม้วย |
| เมื่อตนตายไป | ตบแต่งสมบัติ | นพรัตน์โพยภัย | เลิศล้ำอำไพ |
| อัตตะกิเลสมากมี | ศีลพาไปเกิด | ได้วิมานเลิศ | ประเสริฐโฉมศรี |
| นางฟ้าแห่ล้อม | ห้อมล้อมมากมี | ขับกล่อมดีดสี | ฟังเสียงบรรเลง |
| บรรเลงสมบัติ | แก้วเก้าเนาวรัตน์ | นับน้อยไปหรือ | คุณพระทศพล |
| ที่ตนนับถือ | พระธรรมนั้นหรือ | สั่งสอนทุกวัน | พระสงฆ์องค์อารีรัก |
| มาเป็นปิ่นปัก | พระกรรมฐาน | เอออวยสมบัติ | นพรัตน์โอฬาร |
| ดีกว่าลูกหลาน | ประเสริฐเพริดเพรา | ลูกผัวที่รัก | บ่มิเป็นตำหนัก |
| รักเขาเสียเปล่า | เขามิตามช่วย | เพื่อนม้วยด้วยเรา | ไปหลงรักเขา |
| เห็นไม่เป็นการ | รักตนดีกว่า | จำศีลภาวนา | บำเพ็ญศีลทาน |
| จะได้ช่วยตน | ให้พ้นสงสาร | ลุถึงสถาน | ได้วิมานทอง |
| ผู้ใดใจพาล | หลงรักลูกหลาน | จะต้องจำจอง | เป็นห่วงตัณหา |
| เข้ามารับรอง | ตายไปจะต้อง | ตกจตุรบาย ฯ | |
| | | |