ธัมมปหังสนปาฐะ
(นำ) หันทะ มะยัง ธัมมะปะหังสะนะสะมาทะปะนาทิวะจะนะปาฐัง ภะณามะ เส.
(รับ) อะถาปะรัง
โภนโต ธัมมะปะหังสะนะสะมาทะปะนาทิวะจะนะสังวัณณะนา
อัม๎เหหิ สัชฌายิตัพพา,
ดูก่อนท่านผู้เจริญทั้งหลาย ! ลำดับนี้ เรื่องอันเกี่ยวกับธัมมปหังสนา, อันพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ดีแล้ว, เป็นเรื่องที่ข้าพเจ้าทั้งหลาย จักนำมาสาธยาย,
ตัง สัพเพวะ สันตา สาธุกัง สุโณมะ มะนะสิกะโรมะ,
ขอพวกเราทั้งหลาย, จงฟังจงใส่ใจให้ดีเพื่อสำเร็จประโยชน์สืบต่อไป,
เอวัง ส๎วากขาโต ภิกขะเว มะยา ธัมโม,
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย, พระธรรมเป็นธรรมอันเรากล่าวไว้ดีแล้วอย่างนี้
อุตตาโน, เป็นธรรมอันทำให้เป็นดุจของคว่ำที่หงายแล้ว,
วิวะโฏ, เป็นธรรมอันทำให้เป็นดุจของปิดที่เปิดแล้ว,
ปะกาสิโต, เป็นธรรมอันเราตถาคต ประกาศก้องแล้ว,
ฉินนะปิโลติโก, เป็นธรรมมีส่วนขี้ริ้ว อันเราตถาคตเฉือนออกหมดสิ้นแล้ว,
เอวัง ส๎วากขาโต ภิกขะเว มะยา ธัมโม,
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อธรรมนี้เป็นธรรมอันเรากล่าวไว้ดีแล้ว อย่างนี้,
อะลัง เอวะ, ย่อมเป็นการสมควรแล้วนั่นเทียว,
สัทธาปัพพะชิเตนะ กุละปุตเตนะ วิริยัง อาระภิตุง,
ที่กุลบุตรผู้บวชแล้วด้วยศรัทธา จักพึงปรารภการกระทำความเพียร,
กามัง ตะโจ จะ นะหารู จะ อัฏฐิ จะ อะวะสิสสะตุ,
ด้วยการอธิษฐานจิตว่า แม้ หนัง เอ็น กระดูก เท่านั้น จักเหลืออยู่,
สะรีเร อุปะสุสสะตุ มังสะโลหิตัง,
เนื้อและเลือดในสรีระนี้ จักเหือดแห้งไปก็ตามที,
ยันตัง ปุริสะถาเมนะ ปุริสะวิริเยนะ ปุริสะปะรักกะเมนะ ปัตตัพพัง,
ประโยชน์ใดอันบุคคลจะพึงลุถึงได้ด้วยกำลัง ด้วยความเพียร ความบากบั่นของบุรุษ,
นะ ตัง อะปาปุณิต๎วา ปุริสัสสะ วิริยัสสะ สัณฐานัง ภะวิสสะตีติ,
ถ้ายังไม่บรรลุประโยชน์นั้นแล้ว จักหยุดความเพียรของบุรุษเสียเป็นไม่มี ดังนี้,
ทุกขัง ภิกขะเว กุสีโต วิหะระติ,
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คนผู้เกียจคร้านย่อมอยู่เป็นทุกข์,
โวกิณโณ ปาปะเกหิ อะกุสะเลหิ ธัมเมหิ,
ระคนอยู่ด้วยอกุศลธรรมอันลามกทั้งหลายด้วย,
มะหันตัญจะ สะทัตถัง ปะริหาเปติ,
ย่อมทำประโยชน์อันใหญ่หลวงของตนให้เสื่อมด้วย,
อารัทธะวิริโย จะ โข ภิกขะเว สุขัง วิหะระติ,
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีความเพียรอันปรารภแล้ว ย่อมอยู่เป็นสุข
ปะวิวิตโต ปาปะเกหิ อะกุสะเลหิ ธัมเมหิ,
สงัดแล้วจากอกุศลธรรมอันลามกทั้งหลายด้วย,
มะหันตัญจะ สะทัตถัง ปะริปูเรนติ,
ย่อมทำประโยชน์อันใหญ่หลวงของตนให้บริบูรณ์ด้วย,
นะ ภิกขะเว หีเนนะ อัคคัสสะ ปัตติ โหติ,
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การบรรลุธรรมอันเลิศด้วยการกระทำอันเลว ย่อมมีไม่ได้เลย,
อัคเคนะ จะ โข อัคคัสสะ ปัตติ โหติ,
แต่การบรรลุธรรมอันเลิศ ด้วยการกระทำอันเลิศ ย่อมมีได้แล,
มัณฑะเปยยะมิทัง ภิกขะเว พรัห๎มะจะริยัง,
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พรหมจรรย์นี้น่าดื่ม เหมือนมัณฑะยอดโอชะแห่งโครส,
สัตถา สัมมุขีภูโต,
ทั้งพระศาสดา ก็อยู่ ณ ที่เฉพาะหน้านี้แล้ว,
ตัส๎มาติหะ ภิกขะเว วิริยัง อาระภะถะ,
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล เธอทั้งหลายจงปรารภความเพียรเถิด,
อัปปัตตัสสะ ปัตติยา, เพื่อการบรรลุซึ่งธรรม อันยังไม่บรรลุ,
อะนะธิคะตัสสะ อะธิคะมายะ, เพื่อให้เข้าถึงซึ่งธรรม อันยังไม่ถึง,
อะสัจฉิกะตัสสะ สัจฉิกิริยายะ, เพื่อทำให้แจ้งซึ่งธรรม อันยังไม่ทำให้แจ้ง,
เอวัง โน อะยัง อัมหากัง ปัพพัชชา, เมื่อเป็นอย่างนี้ การบวชของเราทั้งหลายนี้,
อะวังกะตา อะวัญฌา ภะวิสสะติ, จักเป็นการบวชที่ไม่ต่ำทราม จักไม่เป็นหมันเปล่า,
สะผะลา สะอุทะระยา, แต่จักเป็นการบวชที่มีผล เป็นการบวชที่มีกำไร
เยสัง มะยัง ปะริภุญชามะ, จีวะระปิณฑะปาตะเสนาสะนะคิลานะปัจจะยะเภสัชชะ-ปะริกขารัง,
พวกเราทั้งหลายบริโภคจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และเภสัช ของชนทั้งหลายเหล่าใด,
เตสัง เต การา อัมเหสุ,
การกระทำนั้นๆ ของชนทั้งหลายเหล่านั้น ในเราทั้งหลาย,
มะหัปผะลา ภะวิสสันติ มะหานิสังสาติ,
จักเป็นการกระทำมีผลใหญ่ มีอานิสงส์ใหญ่ ดังนี้,
เอวัง หิ โน ภิกขะเว สิกขิตัพพัง,
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราทั้งหลายพึงทำความสำเนียกอย่างนี้แล,
อัตตัตถัง วา หิ ภิกขะเว สัมปัสสะมาเนนะ,
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อบุคคลมองเห็นอยู่ซึ่งประโยชน์ตน ก็ตาม,
อะละเมวะ อัปปะมาเทนะ สัมปาเทตุง,
ก็ควรแล้วนั่นเทียว เพื่อยังประโยชน์ตนให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาท,
ปะรัตถัง วา หิ ภิกขะเว สัมปัสสะมาเนนะ,
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อบุคคลมองเห็นอยู่ซึ่งประโยชน์แห่งชนเหล่าอื่นก็ตาม
อะละเมวะ อัปปะมาเทนะ สัมปาเทตุง,
ก็ควรแล้วนั่นเทียว เพื่อยังประโยชน์แห่งชนเหล่าอื่นให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาท,
อุภะยัตถัง วา หิ ภิกขะเว สัมปัสสะมาเนนะ,
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อบุคคลมองเห็นอยู่ซึ่งประโยชน์ทั้ง ๒ ฝ่าย ก็ตาม,
อะละเมวะ อัปปะมาเทนะ สัมปาเทตุง,
ก็ควรแล้วนั่นเทียว เพื่อยังประโยชน์ทั้ง ๒ ฝ่ายให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาท,
อิติ… ด้วยประการฉะนี้แล,
(บาลีทุติยสูตร ทสพลวรรค นิทาน. สํ ๑๖/๓๔/๖๖)
———————–