การเดินจงกรม ๔ ระยะ

การเดินจงกรม ๔ ระยะ            ให้เพิ่มการเดินจงกรม เป็น ๔ ระยะ การนั่ง เป็น ๔ ระยะ การนอน เป็น ๔ ระยะ…

การเดินจงกรม ๓ ระยะ

การเดินจงกรม ๓ ระยะ            ให้เพิ่มการเดินจงกรมเป็น ๓ ระยะ การนั่งเป็น ๓ ระยะ และการนอนเป็น ๓ ระยะ เมื่อต่อเข้ากับบทเดิมก็จะได้วิธีปฏิบัติ ดังนี้           …

การเดินจงกรม ๒ ระยะ

การเดินจงกรม ๒ ระยะ       การเดินจงกรม ๒ ระยะ         ให้เพิ่มการเดินจงกรมเป็น ๒ ระยะ ว่า “ยกหนอ-เหยียบหนอ”         ในการปฏิบัติควรเดินจงกรมก่อนทุกครั้ง        …

สรุปวิธีการปฏิบัติ

สรุปวิธีการปฏิบัติ            การเดินจงกรม ให้มีสติกำหนดพิจารณารู้อาการที่ยกเท้าขึ้นเหวี่ยงลง ถูกพื้น กำหนดพิจารณารู้อาการของเท้าที่เคลื่อนไหวให้ทันทุกขณะที่ย่างก้าว อย่าเผลอ            การนั่ง ให้มีสติกำหนดพิจารณารู้ความเคลื่อนไหวทุกขณะของท้องว่า ต้นพอง กลางพอง สุดพอง ต้นยุบ กลางยุบ สุดยุบ…

การนอน

การนอน            เวลานอน ให้ค่อยๆ ย่อตัวลงในสถานที่ที่จัดเตรียมไว้ แล้วนั่งคุกเข่าและนั่งพับเพียบลง (จะนอนตะแคงเอาสีข้างด้านขวาลงแบบสีหไสยาสน์ หรือจะนอนหงายก็ได้) จากนั้นให้เหยียดเท้าขวาออกก่อน แล้วตามด้วยเท้าซ้าย โดยภาวนาว่า “เหยียดหนอๆๆ” เสร็จแล้วค่อยๆ เอนตัวลงนอน พร้อมกับภาวนาว่า “นอนหนอๆๆ”…

การกำหนดเสียง

การกำหนดเสียง            เสียงนั้นจะมีเสียงเดียวหรือมากเสียงก็ตาม ถ้าเสียงนั้นไม่รบกวนจิตใจของโยคีผู้ปฏิบัติ (คือเสียงไม่ปรากฏชัดเจนมาก) จิตใจของโยคีผู้ปฏิบัติมุ่งตรงต่อการกำหนดอาการพองหนอ-ยุบหนอ ทันปัจจุบันธรรมดีอยู่ก็ให้กำหนดอารมณ์นั้นต่อๆไป แต่ถ้าในขณะที่เดินจงกรม หรือนั่งกำหนดอยู่นั้น ถ้ามีเสียงดังปรากฏขึ้นมาชัดเจน หนวกหู ก่อให้เกิดความรำคาญ ทำให้เกิดความไม่สบายในการภาวนา หรือเสียงสรรเสริญ เสียงน่าใคร่ที่เป็นอิฏฐารมณ์ทั้งปวงที่ฟังแล้วทำให้จิตยินดี เป็นเหตุให้ละอารมณ์ที่เป็นปัจจุบันก็ตามเกิดขึ้นมารบกวนให้ปล่อยอาการพอง…

การกำหนดจิต

การกำหนดจิต            ในเวลาที่เดินจงกรมหรือนั่งกำหนดอยู่นั้น ถ้าจิตคิดถึงบ้านเรือนเรือกสวนไร่นา ทรัพย์สินเงินทอง หรือกิจการต่างๆ คิดถึงอารมณ์ที่เป็นอดีตคิดถึงอารมณ์ที่เป็นอนาคต คิดถึงอารมณ์ที่เป็นบุญ เป็นบาป เป็นต้น ในขณะนั้นให้ปล่อยอาการพอง-อาการยุบ แล้วเอาสติไปกำหนดที่หทัยวัตถุ (หัวใจ) ภาวนาว่า “คิดหนอๆๆ” พร้อมกับกำหนดพิจารณา…

การกำหนดเวทนา

การกำหนดเวทนา            เวทนา คือ เวทนา ๓ ได้แก่ สุข ทุกข์ อุเบกขา พูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ ความสบาย ความไม่สบาย และเฉยๆ ในขณะที่เรานั่งอยู่นั้น…

การนั่ง

การนั่ง            ผู้ที่จะเดินจงกรมให้จัดเตรียมอาสนะสำหรับนั่งไว้ใกล้ที่ เดินจงกรมให้เรียบร้อยก่อนแล้ว เมื่อเดินครบเวลาที่กำหนดไว้ ก็กำหนดเดินไปยืนที่อาสนะสำหรับนั่ง ให้มีสติกำหนดพิจารณารู้รูปยืน (มีวิธีกำหนดยืน เหมือนกล่าวไว้ข้างต้น) แล้วให้นั่งลง โดยเวลานั่งให้ค่อยๆ ย่อตัวลง เอาเข่าขวาลงถือพื้นก่อนตามด้วยเข่าซ้าย แล้วจะอยู่ในท่าคุกเข่า สำหรับภิกษุ สามเณร…